Welcome To Blogger สังคมศึกษาเเละวัฒนธรรม.

VDO

วันเสาร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2555

สังคมศึกษาและวัฒนธรรม

มนุษย์ทั้งหลายที่อยู่ในชาติต่างๆ ล้วนแต่มีวัฒนธรรมเป็นของตนเองทั้งสิ้น แต่ละสังคมต่างก็สร้างวัฒนธรรมให้เหมาะสมสอดคล้องกับสภาพสังคมของตน ดังนั้นวัฒนธรรมคือวิถีชีวิต เป็นรูปแบบแบบแผนของการประพฤติปฏิบัติในสถานการณ์ต่างๆ ที่สมาชิกในสังคมเดียวกันสามารถเข้าใจร่วมกัน อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของสังคมนั้นๆ หากย้อนไปในอดีต โดยเริ่มแรกนั้นสังคมไทยเป็นสังคมเกษตร แน่นอนว่ามีวัฒนธรรมของตนเองและสามารถยืนหยัดอยู่บนความเป็นเอกราชได้อย่างเต็มภาคภูมิ แต่ที่สำคัญขณะนี้ประเทศไทยอยู่ภายใต้เงามืดของทุนนิยมจนทำให้เกิดสภาวะการณ์ที่เรียกว่า "วิกฤตการณ์ทางวัฒนธรรม" ในสังคมไทย ที่ส่งผลกระทบต่อส่วนต่างๆของสังคมไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม ทำให้เกิดความสับสนวุ่นวายในความเปลี่ยนแปลงของทุกสถาบันในสังคม ไม่ว่าจะเป็นสถาบันครอบครัว การเมือง เศรษฐกิจ การศึกษา ศาสนา และด้านอื่นๆอีก ที่กล่าวมานี้ล้วนมีอิทธิพลมาจากการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมเพื่อให้สอดคล้องและปรับปรุงตามสภาพของสังคมในยุคทุนนิยม เป็นการส่งผลให้เกิดวัฒนธรรมในรูปแบบใหม่เกิดขึ้นในลักษณะต่างๆ อาทิ

เกิดความสูญเสียความภาคภูมิใจ และสูญเสียความเข้าใจในวัฒนธรรมท้องถิ่นชนบทเนื่องจากได้เกิดวัฒนธรรมเมืองหลวงขึ้นมาใหม่ ที่รับเอาวัฒนธรรมต่างประเทศเข้ามาผสมผสานแล้วเผยแพร่แซกซึมไปทั่ว ผ่านสื่อสารมวลชนต่างๆไปให้ประชาชนรับสืบทอดกันมา ทำให้วัยรุ่นจำนวนมากในปัจจุบันมีความรู้สึกต่อวัฒนธรรม ประเพณี รูปแบบเดิมๆ ที่เคยมีมา โดยเฉพาะของชนบทในทางที่ไม่ดี คือ จะเห็นว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นสิ่งที่เชย ล้าสมัย ปฏิบัติหรือทำตามแล้วน่าอาย แต่กลับให้ความสำคัญแก่วัฒนธรรมข้ามชาติที่เดินทางมาตามสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบนวนิยาย วรรณกรรม ละครโทรทัศน์ การ์ตูน ที่เห็นมาแรงมากขณะนี้ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าคงเป็นวัฒนธรรมเกาหลี และญี่ปุ่น นั่นเอง

เกิดความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง นั่นมาจากการนำเอาค่านิยมทางเศรษฐศาสตร์ของทุนนิยมมาใช้ ในการจัดสรรทรัพยากรเพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์อย่างสูงสุด และตอบสนองความโลภของนายทุนอย่างสูงสุดเช่นกัน เป็นการสนองนายทุนเพื่อประโยชน์ของนายทุน แต่ไม่ได้เก็บรักษาทรัพยากรไว้เพื่อประโยชน์แก่ลูกหลานสืบต่อไปในอนาคต โดยบางครั้งนายทุนเหล่านั้นอาจเป็นต่างชาติที่เข้ามาลงทุน และต้องการเพียงกอบโกยให้ได้มากที่สุดจากการใช้ทรัพยากรของเรา แล้วก็ตีจากไปพร้อมกับเงินจำนวนมหาศาลเมื่อทรัพยากรเหล่านั้นหมด จะเหลือทิ้งไว้เพียงซากเศษของทรัพยากรที่มีอยู่ หรือเศษเงินที่ลูกจ้างชาวไทยได้รับจากนายทุนต่างชาตินั้นๆ อย่างการทำเหมืองแร่ในอดีตก็แสดงให้เห็นเป็นตัวอย่างไว้แล้วชัดเจน

ความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของระบบเศรษฐกิจและสังคม ทำให้เกิดช่องว่างของบุคคลในสังคม เนื่องจากแต่ละบุคคลจะมีความรู้ความเข้าใจ ความเห็น ทัศนคติ และมีพฤติกรรมในการปฏิบัติตน การทำงาน การกินอยู่ที่ต่างกัน จึงมีผลให้ไม่สามารถแสวงหาผลประโยชน์จากระบบทุนนิยมได้เท่าเทียมกัน ทำให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบกันมากขึ้น นอกจากนี้คนเราจะมีระดับของวัฒนธรรมที่ต่างกัน ก็จะก่อให้เกิดความไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน ทำให้เกิดปัญหาในการทำงานร่วมกัน คือเมื่อคนเข้าใจในระบบทุนต่างกัน ก็แน่นอนว่าจะไม่สามารถแสวงหาประโยชน์จากทุนได้เท่ากัน บ้างก็เพียงเป็นได้แค่ขี้ข้าของทุนนั้น หรือมีบ้างที่มีโอกาส และมีการศึกษาก็อาจขึ้นไปได้ในระดับที่สูงกว่าในรูปแบบของตำแหน่งงานที่สูงกว่า หรืออาจจะเป็นเจ้าของทุนเสียเอง เมื่อเป็นเช่นนั้นสังคมก็จะเกิดช่องว่างที่ไม่มีทางจะแคบลงได้ จะมีแต่ถ่างมากขึ้นทุกวัน เพราะเจ้าของทุน หรือแม้แต่ผู้ที่มีโอกาสดีกว่าก็จะสามารถแสวงหาประโยชน์จากระบบทุนได้มากกว่าโดยใช้โอกาสของตนที่มีออกไปในรูปแบบต่างๆ แต่ขณะเดียวกันผู้ไม่มีโอกาสก็จะทำได้เพียงรอคำบัญชาการจากระบบทุนหรือผู้ที่อยู่สูงกว่า และกินเงินเป็นรายเดือน หรือรายวันแค่นั้น ไม่สามารถมีช่องทางอื่นที่จะเพิ่มรายได้ของตนได้